เด็กสามารถปรับปรุงความถนัดภาษาอังกฤษได้

0 Comments 4:00 pm

มูลเหตุสำคัญที่ทำให้การดูภาพยนตร์ทำให้เด็กสามารถปรับปรุงความถนัดภาษาอังกฤษได้ ก็คือ (อ้างอิงจากเว็บแห่งนี้นะครับ
1. ภาษาอังกฤษที่อยู่ในรูปภาพยนตร์ จะเป็นภาษาอังกฤษที่ถูกใช้ในชีวิตประจำวัน (นั
กวิชาการจะเรียกว่า Authentic Language)

ซึ่งทำให้พวกเราเคยชินกับศัพท์ รวมทั้งองค์ประกอบประโยค ที่ได้โอกาสที่จะใช้งานจริงๆในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่เหมือนกับภาษาอังกฤษที่เรียนในตำราเรียน (ซึ่งบางทีก็อาจจะไม่ค่อยได้ใช้จริงในชีวิตประจำวันหลายครั้งนักก็ได้ หรือเป็นภาษาหนเป็นทางการมากมายๆ) นอกนั้นด้วยการแสดงที่สมหน้าที่ อีกทั้งภาษากาย รวมทั้งการสื่ออารมณ์ออกมาของผู้แสดง 

จะก่อให้เด็กรู้เรื่องภาษาได้มากขึ้น ที่สำคัญหากรับดูบ่อยครั้งพอเพียง ก็จะมีผลให้รู้จักกับ “การออกเสียง และก็การเน้นคำ (Stress) ของศัพท์ต่างๆได้อย่างแม่นยำ” ตลอดจนรู้เรื่อง “การใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำตามกาลเทศะต่างๆ” อีกด้วย

2. เด็กจะได้ทำความเข้าใจศัพท์ จากบทสนทนาในรูปประโยคต่างๆทำให้เด็กศึกษา รวมทั้งรู้จักดีอัตโนมัติว่า ศัพท์คำนี้สื่อความหมายยังไง แล้วก็วางในรูปประโยคที่ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารเช่นไร ซึ่งได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการเล่าเรียนศัพท์ ดูหนัง  แบบท่องศัพท์แบบลำพังๆที่ทำให้เด็กทราบเฉพาะว่ามันสะกดยังไง และก็สื่อความหมายเช่นไร ซึ่งบางคราวถึงแม้ว่าเด็กทราบว่าศัพท์คำนี้สะกดยังไง สื่อความหมายยังไง

แต่ว่าไม่สามารถที่จะไม่รู้จักก็ได้ว่าศัพท์คำนี้อ่านออกเสียงว่าเช่นไร อย่างเช่น Debt เด็กบางบุคคลอ่านไม่ถูกว่า “เด๊บ” แม้ว่าถูกแล้วจะต้องอ่านว่า “เด๊ท” หรืออย่างคำว่า Subtle เด็กบางบุคคลอ่านไม่ถูกว่า “ดูดซับเทิ่ล” แม้ว่าถูกจำต้องอ่านว่า “ซัทเทิ่ล” หรืออย่างคำว่า Debut เด็กบางบุคคลอ่านไม่ถูกว่า “เดบัท” ทั้งที่ถูกจำเป็นต้องอ่านว่า “เดบู”  ดูหนังออนไลน์ หรือบางเวลาก็เน้นย้ำคำไม่ถูก เป็นต้นว่า คำว่า Vegetable ที่คนส่วนมากชอบออกเสียงว่า “เว็ทพี่สาวทเทเบิ้ล” ถึงแม้ว่าถูกจะต้องอ่านว่า “เฝ็จทะเบิ้ล” (ย้ำเสียงที่ เฝ็จ) หรือคำว่า Chocolate ที่บางคนก็อ่านเป็นเสียงหนักเสมอกันว่า

“ช็อคโกแล็ต” ในขณะที่ถูกจำเป็นต้องอ่านว่า “ช็อค’ เล็ต” (เน้นย้ำเสียงที่ ช็อค) หรือคำกล้วยๆอย่างคำว่า School ที่บางคนอ่านไม่ถูกว่า “สะคูน” ซึ่งที่ถูกจะต้องอ่านว่า “สเราล” (ออกเสียง สะ น้อยมากๆแต่ว่าเน้นย้ำที่ ฉันล) ฯลฯ  เว็บดูหนัง หรือครั้งคราวเด็กบางทีก็อาจจะรู้ดีว่าศัพท์นั้นสื่อความหมายยังไง ในรูปของศัพท์คนเดียวๆแม้กระนั้นอาจะไม่คุ้นเคยสำหรับเพื่อการใช้ศัพท์ในรูปประโยคก็ได้ ดังเช่นว่า คำว่า Matter เด็กบางครั้งก็อาจจะทราบดีว่ามันหมายความว่า “เรื่องราว” แต่ว่าเด็กบางทีก็อาจจะไม่รู้เรื่องว่า It doesn’t matter. แสดงว่าอะไร ฯลฯ

ด้วยเหตุนั้นการหาภาพยนตร์มาให้ลูกได้รับดูที่บ้านอยู่เป็นประจำอย่างสนุกในลักษณะงานว่าง (คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่บางครั้งอาจจะร่วมรับดูภาพยนตร์กับลูกที่บ้าน ในลักษณะกิจกรรมครอบครัว ก็ได้ครับผม) ก็เลยเป็นเคล็ดวิธีสำหรับเพื่อการฝึกหัดความถนัดภาษาอังกฤษในลักษณะ Extensive Listening หรือการฟังแบบจับใจความสำคัญ (ผ่านการดูภาพยนตร์ที่รื้นเริง) ที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีมากมายๆครับผม เนื่องจากเด็กจะรู้สึกถึงความสนุกสนานเป็นลำดับแรก พอเพียงเด็กรู้สึกบันเทิงใจ เด็กก็จะมีความยินดีสำหรับเพื่อการทำกิจกรรมมากยิ่งขึ้น สามารถทำกิจกรรมนี้ได้อย่างเป็นประจำ สม่ำเสมอมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องบังคับฝืนกันนะครับ ซึ่งไม่เหมือนกับการฝึกฝนทำแบบฝึกหัด หรือการนั่งท่องคำศัพท์ ที่มีแบบที่คร่ำเคร่งกว่าน่ะขอรับ

Related Post